ไอเดียการ ‘เก็บของ’ และ ‘แพ็กของ’ ย้ายบ้านก่อนขึ้น รถกระบะรับจ้าง

ไอเดียการ ‘เก็บของ’ และ ‘แพ็กของ’ ย้ายบ้านก่อนขึ้น รถกระบะรับจ้าง หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก พร้อมกับเกิดคำถามขึ้นมากมาย เราจะรับมือกับการย้ายบ้านอย่างไร? อย่าเพิ่งซีเรียสไป เราเชื่อว่าการย้ายบ้านสามารถทำให้เป็นเรื่องสนุกได้ ถ้าเข้าใจขั้นตอนและมีการวางแผนการย้ายบ้านเอาไว้ก่อนเสียแต่เนิ่นๆ วันนี้เรามีขั้นตอนต่างๆ ในการเตรียมของสำหรับย้ายบ้านมาฝาก ซึ่งเรานำเสนอแบบจัดเต็ม ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสัมผัสได้ว่าเรื่องย้ายบ้านนั้นไม่ยากอย่างที่คิด

เมื่อทราบชัดเจนแล้วว่าต้องย้ายบ้านแน่นอน สิ่งแรกที่ควรทำคือ ทำการสำรวจสิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ จากนั้นจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ และคัดเลือกสิ่งของที่ไม่ต้องการแล้ว อย่างเสื้อผ้าเก่า อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสีย หรือเก่า, หนังสือ, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปขาย หรือบริจาคกับมูลนิธิต่างๆ Packing ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการแพ็กของ

มาลองทำความรู้จักกับอุปกรณ์จำเป็นสำหรับการบรรจุของกันก่อน

1. กล่องกระดาษ ถือเป็นอุปกรณ์หลักในการบรรจุสิ่งของสำหรับการขนย้าย กล่องขนาด 23 x 31 x 27 เซนติเมตร ราคาประมาณใบละ 10 บาท

2. พลาสติกกันกระแทก ใช้สำหรับห่อหุ้มสิ่งของที่แตกง่าย ควรซื้อม้วนขนาดใหญ่ ที่มีหน้ากว้าง 1.30 เมตร ราคาประมาณม้วนละ 500 บาท 


3. กระดาษลูกฟูก ช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี นิยมใช้ความหนา 2 ชั้น หน้ากว้าง 112 เซนติเมตร ราคาประมาณกิโลกรัมละ 24 บาท

4. กระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษห่อพัสดุสีน้ำตาลใช้ห่อของชิ้นเล็กๆ ก่อนบรรจุลงกล่อง ป้องกันการเสียดสีกัน หรือกันกระแทกภายในกล่องกระดาษห่อพัสดุสีน้ำตาล มีขนาด 89×119 เซนติเมตร 1 กล่อง มี 120 แผ่น/ห่อ ราคาประมาณ 390 บาท

5. พลาสติกห่อใสใช้งานสะดวก เพราะพลาสติกสามารถติดกันได้โดยไม่ต้องติดเทปกาว เหมาะกับการห่อของที่ไม่ต้องระวังเรื่องการแตกหักแต่ไม่ต้องการให้เลอะ เช่น โซฟา ฟูก ฯลฯ นิยมใช้ขนาดความหนา 15 ไมครอน หน้ากว้าง 300 เซนติเมตร ยาว 300 เมตร ราคาม้วนละ 160 บาท

6. ผ้าใช้ผ้าที่มีอยู่ในบ้าน เช่น ผ้าคลุมเตียง อาจใช้ห่อเครื่องนอน ช่วยปกป้องพื้นผิวสิ่งของจากการสัมผัส ส่วนผ้าผืนเล็กๆ เช่น ผ้าขนหนู ใช้เป็นวัสดุห่อหุ้มก่อนบรรจุลงกล่อง หรือใช้รองระหว่างชั้นในกล่องได้

7. ลังไม้ เหมาะสำหรับบรรจุของชิ้นใหญ่ที่มีน้ำหนักมากและแตกหักได้ เช่น แจกันหรือรูปปั้นขนาดใหญ่ มีหลายขนาดให้เลือก ราคาประมาณ 150-250 บาท หาซื้อได้ตามริมถนนย่านคลองเตย, มีนบุรี หรือร้านกุหลาบ ย่านปทุมธานี โทร.08-1646-4994, facebook / พาเลทลังไม้ ร้านกุหลาบ

8. เชือก ใช้มัดของที่เป็นม้วน เช่น เสื่อ พรม และใช้มัดกล่องให้แน่น ควรเลือกใช้เชือกให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น เชือกไนลอน เหมาะกับของชิ้นใหญ่ มีน้ำหนักมาก, ส่วนเชือกฟางหรือเชือกผ้าเหมาะกับของที่ไม่หนักมาก

9. เทปกาว ใช้ผนึกฝากล่อง หรือยึดระหว่างวัสดุห่อหุ้ม เทปกาวที่นิยมใช้ มี 3 ชนิด คือ เทปกาวสีน้ำตาล ใช้ปิดกล่องสิ่งของเครื่องใช้ทั่วไป, เทปกาวสีแดง ใช้ติดเพื่อให้ทราบว่าเป็นสิ่งของที่แตกหัก และต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ, เทปกาวขาว หรือเทปหนังไก่ ใช้ติดสำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้หรือของที่ต้องการแพ็กชั่วคราว มีข้อดีไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนผิววัสดุ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

10. เม็ดโฟมและกระดาษชิ้นเล็ก สำหรับป้องกันการเสียดสีกัน หรือกันกระแทกภายในกล่องเม็ดโฟม มี 2 ขนาด คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มิลลิเมตร และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-5 มิลลิเมตร มีจำหน่ายเป็นถุง ถุงละ 2 กิโลกรัม ราคาประมาณถุงละ 400 บาท

11. ลังพลาสติกหรือกล่องพลาสติกอเนกประสงค์แบบมีล้อ มีให้เลือกทั้งแบบใสและทึบ มีหลายขนาดให้เลือก ราคาประมาณ 200–500 บาท

หมายเหตุ : อุปกรณ์แพ็กของดังกล่าวสามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป, Homepro, ไทวัสดุ, ซีเมนต์ไทยโฮมมาร์ท และร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนทั่วไป ฯลฯ

วิธีแพ็กของ

1. เฟอร์นิเจอร์ สำหรับตู้ โต๊ะ, เตียง หากมีลิ้นชัก หรือแผ่นกระจก ควรถอดแยกชิ้นส่วนออกมา แล้วห่อแยกต่างหาก ตู้ที่เป็นบานเปิดหรือบานเลื่อน ควรใช้เชือกมัด หรือใช้เทปยึดบานประตูให้ติดกับตัวตู้ เพื่อความสะดวกในขณะขนย้าย สำหรับของชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถห่อได้ทั้งหมด อย่าลืมติดกระดาษ หรือพลาสติกกันกระแทก บริเวณที่เป็นเหลี่ยมหรือมุม

2. เครื่องใช้ไฟฟ้า วิธีที่ดีที่สุดคือ การบรรจุเครื่องใช้ไฟฟ้าลงในกล่องที่มาจากโรงงาน ถ้าไม่มีกล่องที่บรรจุมาจากโรงงาน ควรหาวัสดุที่ป้องกันการกระแทกมาทดแทน เช่น ใช้ผ้าห่อ

3. จาน ชาม ขวด แก้ว กระจก หรือสิ่งของที่แตกหักได้ ชนิดเดียวกันควรเก็บด้วยกัน เรียงจากขนาดใหญ่ไปหาขนาดเล็ก ถ้าวางซ้อนกันได้ จะช่วยประหยัดเนื้อที่ หากในกล่องมีพื้นที่ว่าง ควรใส่เม็ดโฟม หรือกระดาษชิ้นเล็กๆ ลงไปในกล่องด้วย เพื่อกันการกระแทกระหว่างการขนย้าย สำหรับกระจกควรใช้กระดาษลูกฟูก หรือพลาสติกกันกระแทก ห่อหลายๆ ชั้น แล้วทำเครื่องหมายระวังแตกไว้ในจุดที่เห็นได้ชัด

4. เสื้อผ้า ควรเริ่มจากเก็บเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่ก่อน แล้วค่อยเก็บชุดที่ใส่บ่อยทีหลัง กระเป๋าเดินทางถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับใส่เสื้อผ้าตอนขนย้าย ส่วนเสื้อผ้าที่ไม่สามารถพับได้ เช่น เสื้อสูท หรือชุดผ้าไหม ให้หาถุงสำหรับคลุมเสื้อแล้ววางแนวนอน หรือแขวนไปกับรถ ทั้งนี้ สามารถทำตู้เสื้อผ้าแบบเคลื่อนที่ได้เอง โดยใช้กล่องทรงสูงเจาะรูด้านข้างที่ขอบบน แล้วใช้ท่อพีวีซีทำเป็นราวแขวนไว้ด้านบน เวลาเคลื่อนย้ายเสื้อผ้าจะได้ไม่ยับ

5. หนังสือ คัดแยกหนังสือตามขนาด แล้วบรรจุหนังสือที่มีขนาดใกล้เคียงกันไว้ในกล่องเดียวกัน ไม่ควรเก็บหนังสือรวมกันมากๆ ในกล่องขนาดใหญ่ เพราะกล่องจะมีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก

6. รองเท้า
 ไม่ควรเก็บรองเท้าโดยการวางทับกัน เพราะจะทำให้รองเท้าเสียทรง หากมีกล่องใส่รองเท้าควรเก็บรองเท้าลงในกล่อง แล้วเขียนโน้ตติดข้างกล่องว่าเป็นรองเท้าชนิดไหน หรืออาจเก็บรวมกันในกล่องขนาดใหญ่ จัดรองเท้าที่มีขนาดใกล้เคียงกันวางนอนเข้าคู่เป็นชั้นๆ แล้วใช้กระดาษลูกฟูกกั้นระหว่างชั้นโดยใช้กระป๋องเครื่องดื่มวางที่มุมของกล่อง เพื่อช่วยรับน้ำหนัก ไม่ให้กดลงบนรองเท้า